THE-CLASSICS

เพื่อให้เธอได้ยิน

ถ้อยคำของฉัน

เบาบางรางเลือนในบางคราว

ดุจร่องรอยแห่งฝูงนกนางนวลบนหาดทราย

สายสร้อย กระดิ่งน้อยชวนลุ่มหลง

สำหรับมือนุ่มละมุนดุจผลองุ่นของเธอ

และฉันเฝ้ามองถ้อยคำของฉัน ช่างแสนไกล

มากกว่าถ้อยคำของฉันคือถ้อยคำของเธอ

เลื้อยเลาะไปในความทุกข์ทนก่อนเก่าของฉันดั่งเถาไอวี่

ถ้อยคำทั้งมวลทอดไปเช่นนี้ตามแนวกำแพงอันชุ่มชื้น

เธอคือผู้ผิดในเกมอันโหดร้ายนี้

ถ้อยคำทั้งปวงหลีกลี้จากคุ้มหลบภัยอันมืดมิดของฉัน

เธอเติมทุกสิ่งให้เต็ม เธอเติมทุกอย่างให้เต็ม

ก่อนหน้าเธอ ถ้อยคำเหล่านั้นพำนักในความเปลี่ยวเหงา

ซึ่งวันนี้เธอเข้าถือครอง

และคุ้นเคยความเศร้าหมองของฉันยิ่งกว่าเธอนัก

บัดนี้ฉันอยากให้ปวงถ้อยคำ

บอกสิ่งที่ฉันปรารถนาจะบอกเธอ

เพื่อเธอจะได้ยินถ้อยคำที่ฉันปรารถนาให้เธอได้ฟัง

สายลมแห่งความปวดร้าวยังพักพาเหล่าถ้อยคำ

ในบางคราวพายุหมุนแห่งความฝัน ยังคงพัดถ้อยคำล้มลง

เธอฟังเสียงอื่นอื่นในสำเนียงอันระทมขมขื่นของฉัน

บรรดาเสียงร่ำให้จากริมฝีปากเดิม

โลหิตจากการวิงวอนครั้งเก่าก่อน

จงรักฉันเพื่อนเอย

ในเกลียวคลื่นแห่งความปวดร้าวนั้น

ทว่าถ้อยคำของฉันจะบรรจงแต่งแต้มด้วยรักจากเธอ

เธอครอบครองทุกสิ่ง ครอบครองทุกอย่าง

ฉันจะนำทุกถ้อยคำจำเรียงร้อยเป็นสายสร้อยมิมีสิ้นสุด

มอบแด่มือขาวนวลนุ่มละมุนดุจผลองุ่นของเธอ

โดย PABLO NERUDA

จากหนังสือ กวีนิพนธ์แห่งรักยี่สิบบท และบทเพลงแห่งความสิ้นหวังหนึ่งบท

แปลโดย ภาสุรี ลือสกุล

ภาพโดย MArc Chagall

wuwuwuu

wwwwwwww

เหมือนมันหลงหลังคาฟ้าสีนวล หยาดดาวม้วนจากฟ้าลงมาสู่

พร้อมสายลมสีขาวที่กราวกรู ท่าหมอบคู้หูตั้งดั่งรอคอย

เฝ้ารอคอยโลกที่ไม่มีจริงวาดทุกสิ่งด้วยสีเทาอันเศร้าสร้อย

คำนึงเก่าก่อนดั่งย้อนรอยจึงค่อยๆก้าวไปในแสงจันทร์

หอมกลิ่นทุ่งสดใหม่อายน้ำค้าง เสียงแม่น้ำครวญครางละเมอฝัน

บัวในบึงเก่าเก่าเฝ้ารำพันวันและคืนเก่าเก่าเฝ้ารำพึง

บนเนินดินต่ำสูงของทุ่งหญ้า ที่โค้งรุ้งทอดมาจรดถึง

ที่สายลมรินร่ำในคำนึงพาผีเสื้อฝูงหนึ่งมาถึงแล้ว

เพื่อตื่นในดวงตาละลานใจสูดดมกลิ่นสดใหม่ในเถื่อนแถว

อุโมงค์ไม้ไหวดาวอยู่วาวแววเสียงหายใจโผยแผ่วของผืนดิน

จึงหยุดดมเคล้าเคลียพร้อมเงี่ยฟังหริ่งเรไรไหวภวังค์กล่อมท้องถิ่น

พามันท่องเข้าไปในดวงจินต์อันอบอุ่นคุ้นชินของกลิ่นครัว

มันยืนขึ้นสะบัดไล่อายน้ำค้างมอบสิ่งขิงกองวางไปจนทั่ว

แรกแรกมันหวาดหวาดเหมือนขลาดกลัว จึงร้องเสียงระรัวปลอบตัวตน

เริ่มคิดถึงอวลอายใต้ผ้าอุ่นกับนวลมือแสนคุ้นเคยลูบขน

กับน้าสียงซื่อใสใครบางคนกับท่าทีซุกซนอีกคนนั้น

คือเด็กหญิงเด็กชายแสนใกล้ชิด ที่เกี่ยวโยงชีวิตความคิดฝัน

ของครอบครัวชาวไร่ไปพร้อมกัน ที่อดทนแข็งขันอย่างมั่นคง

ให้เด็กหญิงตัวน้อยคอยร้องหา ให้มันขานกลับมาอย่างใหลหลง

ให้เด็กชายนำพาสู่ป่าดงส่งมันขึ้นต้นไม้ไล่กระแต

แม้กระทั่งหยอกเย้าด้วยเท้าเตะ พร้อมส่งเสียงอะเอะคอยเฝ้าแหย่

เลียนเสียงนกเสียงหนูงูตุ๊กแกให้มันตื้นตาและ-ตลกตาม

ให้เด็กหญิงลูบไล้ในที่นอนเล่านิทานอ่านกลอนก่อนบินข้าม

ไปสู่ฝั่งความฝันอันแสนงาม สู่โมงยามอบอุ่นอันคุ้นเคย

ยิ่งคิดถึงตัวมันยิ่งสั่นเทา ในอวลกลิ่นเก่าเก่าเอ้อระเหย

นอกหน้าต่างจันทร์ดวงจะล่วงเลยโลกดูเหมือนเฉยเมยจนเฉยชา

มันจึงร้องสูงต่ำคล้ายทำลายโลกให้แตกสลายไปตรงหน้า

เศร้าทำให้ลืมคิดถึงนิทรา ของชาวไร่ผู้ล้าผู้อ่อนแรง

จึงปีนขึ้นไปอีกครั้งสู่หลังคาพร้อมกลายร่างช้าๆเป็นหินแกร่ง

ท่ามเวลาหมุนเวียนและเปลี่ยนแปลงมันหมอบแฝงเฝ้าดูอยู่ลึกลับ

จากหนังสือ : แม่น้ำรำลึก

โดย : เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์

ภาพ :dream

โดย : Julia MacLaurin

ร่วมส่งบทกวีที่ cafedepoet@yahoo.co.th


edit @ 2005/12/03 19:36:01

ไนยไนไยไยไ

ไหไหไหไหไห

หยดหนึ่ง

ความเศร้าลึกซึ้งถึงที่สุด

หยาดลงหมาดหลังมือหมายยื้อยุด

ภาพที่หลุดลอยห่างอ้างว้างดู

บนฝั่ง

นางรั้งรอก็ยังรั้งรออยู่

วันร้างร้างวางเงาเขาคุดคู้

บนพื้นเรือหรุบหรู่หรุบหรู่วัน

อีกฟาก

เรืออีกเที่ยวจากพรากจากที่นั่น

อาจหยาดหยดเยียบเย็นไว้เช่นกัน

หมาดมืออันคว้าเปล่า เฝ้าไขว่คว้า

ล่องลอย

เธอปรายยิ้มน้อยน้อยยืนคอยข้า

เป็นจริงบ้างได้ไหม ในมายา

ความเศร้าเจ้าปร่าตาข้าปริ่มแล้ว

จากหนังสือ : แม่น้ำของละอองฝน

โดย : ประกาย ปรัชญา

ภาพ : แสงและเงา 2

โดย : ธันยบูรณ์ ชื่นชม

http://intranet.m-culture.go.th/samutprakan/menus/menu11-tunyaboon.htm

ร่วมส่งบทกวีได้ที่ cafedepoet@yahoo.co.th